คู่มือการใช้แคงเกอร์น็อค กำจัดโรคแคงเกอร์
เพื่อป้องกันศัตรูของมะนาวให้พ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลง เช่นอะบาแม๊กติน ให้เริ่มพ่นเมื่อมะนาวแตกยอดอ่อนออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
                        






สถิติผู้เยี่ยมชม
ขณะนี้ 17 คน
วันนี้ 2 คน
วานนี้ 1,208 คน
สัปดาห์นี้ 1,210 คน
เดือนนี้ 29,955 คน
ปีนี้ 705,978 คน
ทั้งหมด 5,953,999 คน
มากสุด: 14,874 คน (เมื่อ 30.07.2016)

สาระด่วนๆ

เคล็ดลับของสวนเรา
Update | | |สั่งซื้อกิ่งพันธุ์ได้ 3 ช่องทางคือ ทางโทรศัพท์: 086-202-2522 หรือทาง LINE ID: @tayrai หรือ ผ่านเว็บได้ที่นี่
Update  ขณะนี้กิ่งพันธุ์ที่ตอนไว้แล้ว ณ วันที่ 26/09/2017 มีจำนวน 3,332 กิ่ง ถูกจองไปแล้ว 358 กิ่ง สั่งจองได้ที่นี่
Update  กำหนดส่งกิ่งพันธุ์ให้ผู้สั่งซื้อครั้งต่อไปคือ วันที่ 20 กันยายน 2560 สั่งจองได้ที่นี่
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ มาแล้วสำหรับ หนังสือคู่มือชาวสวนมะนาว ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของสวนมะนาวแป้นท้ายไร่ จ.พิจิตร กว่า 7 ปีในการรวบรวมเฝ้าสังเกต ทำการบันทึก บัดนี้ได้รวบรวมเป็นรูปเล่มสวยงามแล้ว โดยพิมพ์เป็นสีทั้งเล่ม เหมาะแก่การศึกษาและเก็บสะสม โดยชุดนี้ตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 5 แล้ว สามารถคลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่   หรือท่านที่ชำระเงินแล้วตรวจสอบได้ที่นี่
คลิ๊กดูภาพใหญ่
แบ่งปัน :   
คู่มือการใช้แคงเกอร์น็อค กำจัดโรคแคงเกอร์ (อ่าน 1,646)

แคงเกอร์น็อค บรรจุในซอง 1ซองขนาด 25 กรัม การขยายเชื้อหรือเพิ่มปริมาณของเชื้อก่อนใช้งาน โดยใช้น้ำสะอาด

1.เตรียมน้ำดื่มขนาดขวด1.5ลิตร(น้ำดื่มที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านระบบ UV,โอโซน )เทน้ำออกให้เหลือน้ำ1.25 ลิตรเพื่อให้หัวเชื้อเข้าไปแทนที่ได้และให้มีช่องอากาศอยู่ภายในบ้างเพราะเชื้อต้องการออกซิเจนในการขยายจำนวนหรือเพิ่มปริมาณ

2.เปิดซองแคงเกอร์ น็อค เทเชื้อลงในขวดน้ำดื่ม ขนาดขวด1.5 ลิตรให้หมดซอง (ไม่ควรใช้มือสัมผัสเชื้อหรือน้ำโดยตรง หลีกเลี่ยงที่มีกระแสลมแรง) ปิดฝาให้แน่น เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง ทำการเขย่าขวดเชื้อ 3-5ครั้งต่อวัน ทุกครั้งที่เขย่าแล้วหมุนเกลียวคลายฝาออกเพื่อระบายแก๊สส่วนหนึ่งออกมาจากขวด ปิดฝาวางไว้ในแนวนอนจนกว่าจะครบ 48 ชั่วโมง(2วัน)

3.ผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ประมาณ 10ซีซีในน้ำสะอาด 100ลิตร หรือถังฉีดขนาด20ลิตร กวนให้เข้า ยกขวดที่วางไว้ในท่านอนขึ้นมาเบาๆไม่ต้องเขย่าให้กากอาหารเชื้อฟุ้งกระจาย เปิดฝาค่อยๆเทส่วนที่เป็นน้ำใสสีขุ่นๆออกมาผ่านกรองเพราะนั้นคือหัวเชื้อค่อยๆเทออกไปเรื่อย เชื้อแคงเกอร์น็อคออกมาหมดแล้ว ส่วนกากก็อยู่ในขวด สำหรับถัง100ลิตรหรือใช้ 300ซีซีสำหรับถังฉีด20ลิตร กวนให้เข้ากันห้ามการผสมสารเคมีกำจัดแมลง ฮอร์โมนพืช สารเคมีหรือปุ๋ยทางใบใดๆลงไป ฉีดพ่นในเวลาประมาณ 5โมงเย็นหรือมีแสงแดดน้อย ฉีดให้ทั่วทรงพุ่ม เน้นใต้ใบ ซอกกิ่ง บริเวณที่เป็นโรคแคงเกอร์ รวมถึงพื้นดินรอบๆโคนต้น

เหตุผล..ในอาหารเลี้ยงเชื้อมีดินเป็นส่วนประกอบในกรณีที่ท่านเขย่าขวดหรือเทลงไปทั้งขวด เม็ดดินเล็กๆจะลงไปในถังฉีดของท่านด้วยและด้วยความแรงของปั๊มฉีดพ่นจะทำให้เกิดแผลเล็กๆที่ใบมะนาว เจ้าแคงเกอร์ตัวร้ายก็จะอาศัยแผลนี้ก่อตัวขึ้นมา

สำหรับสวนที่ยังไม่เคยใช้ให้ฉีดพ่น 3วัน/ครั้งเป็นจำนวน3ครั้งติดต่อกันเพื่อกำจัดโรคแคงเกอร์ หลังจากนั้นใช้เพื่อป้องกัน ทุก7-15 วันครั้งเพื่อควบคุมและกำจัดโรคที่จะเกิดขึ้นต่อไป หลักการคือเชื้อต้องสัมผัสถูกจุดหรือตำแหน่งที่เป็นโรคแคงเกอร์ถึงจะทำลายโรคแคงเกอร์ได้ ลักษณะแผลที่ผ่านการฉีดโดนจะเป็นสีเหลืองล้อมจุดที่เป็นโรคแคงเกอร์กรณีที่ติดเชื้อแคงเกอร์แล้วแต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจะเป็นจุดสีเหลือง

 ข้อแนะนำเพิ่มเติม

1.ใช้เชื้อที่ขยายแล้วให้หมดภายในครั้งเดียว

2.ใช้เครื่องฉีดพ่นที่มีแรงดัน เช่นเครื่องฉีดพ่นแบบสะพานหลังหรือปั๊มแรงดัน

3.ฉีดพ่นในเวลาเย็นมีแสงแดดน้อย

4.เน้นฉีดพ่นให้โดนในบริเวณที่เป็นโรคแคงเกอร์โดยเฉพาะบริเวณใต้ใบและตามซอกใบ กิ่ง ก้าน

5.ไม่ควรผสมกับสารเคมี สารกำจัดแมลง น้ำส้มควันไม้ หรือฮอร์โมน ปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์อื่นๆ หรือปุ๋ยทางใบต่างๆ

ขั้นตอนการฉีดพ่นเพื่อกำจัดและป้องกันโรคแคงเกอร์

1.ตรวจสอบความรุนแรงของโรคว่าอยู่ในระดับที่เท่าไร และเตรียมความพร้อมก่อนฉีดพ่นแคงเกอร์ น็อค

ระดับที่ 1 ไม่เคยเป็นโรคแคงเกอร์เลย

ใช้แคงเกอร์ น็อค ทุก10-15วัน เพื่อกำจัดและควบคุมโรค หยุดการใช้สารประกอบทองแดงหรือเคมีกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย สารกลุ่มนี้เป็นสารก่อมะเร็งมันจะสะสมและส่งผลเมื่อเกษตรกรอายุมากขึ้น

ระดับที่ 2 เริ่มเป็นปรากฏอาการของโรคบริเวณยอดอ่อนและใบอ่อนหรือใบเพลาด

ตัดกิ่งที่เป็นโรคออกเผาทำลาย หลีกเลี่ยงการร่วงหล่นของกิ่งใบ ก้านที่ติดเชื้อในสวน ใช้แคงเกอร์น็อคทุก3วัน 3ครั้ง จากนั้นเมื่อไม่พบอาการของโรคเปลี่ยนเป็น10 - 15 วันครั้ง กรณีที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นว่าพืชตระกูลส้มได้ติดเชื้อแล้วแต่เมื่อถูกฉีดพ่นด้วยแคงเกอร์น็อคจะปรากฏจุดสีน้ำตาลมีสีเหลืองล้อมหรือเป็นรอยสีเหลืองแสดงว่ามีเชื้อแคงเกอร์ ควรจะตัดออกมาเผาทำลายเช่นกัน

ระดับที่ 3  เป็นโรคแคงเกอร์เห็นสีน้ำตาลเข้มลายชัดเจนบริเวณตามกิ่ง ข้อ และใบแก่ของพืชตระกูลส้ม ตัดกิ่ง ก้าน ใบ ที่เป็นโรคออกเผาทำลาย แต่งทรงพุ่มให้โปร่งมีแสงแดดส่งทั่วถึง เพื่อให้การฉีดพ่นโดนในบริเวณที่เป็นโรคแคงเกอร์ ถ้ามีใบบดบังมากเกินไปจุดที่เป็นโรคจะไม่ถูกแคงเกอร์ น็อค หลักการของการใช้แคงเกอร์ น็อค คือต้องฉีดพ่นสัมผัสจุดที่เป็นโรค เพื่อให้เชื้อเข้าทำลายโรคแคงเกอร์โดยตรง ใช้แคงเกอร์ น็อค ห่างกัน3วัน เป็นจำนวน3ครั้งติดต่อกัน จากนั้นเปลี่ยนเป็น 5วันครั้ง และ10-15วันครั้งเมื่อไม่เกิดโรคขึ้นในยอดอ่อนและใบใหม่

ระดับที่ 4 เป็นโรคแคงเกอร์ติดมากับกิ่งพันธุ์ตอนเริ่มปลูก อาการของโรคเห็นชัดเจนที่โคนและกิ่งแขนงใหญ่ๆหรือลุกลามไปทั้งต้น

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับอาการระดับที่ 3 แต่เกษตรกรไม่ต้องตัดโคนต้นหรือกิ่งแขนงใหญ่ทิ้งไป แต่ให้ใช้สันของมีดคัตเตอร์ใบใหญ่ทำการขูดโรคแคงเกอร์ออกมาใส่ในภาชนะเพื่อนำไปเผาทำลาย ในการขูดขูดแค่ผิวสีน้ำตาลที่เป็นโรคออกไม่ต้องลึกถึงชั้นเซลล์พืช จากนั้นใช้พู่กันทาสีจุ่มแคงเกอร์ น็อค ที่ขยายเชื้อแล้วและไม่ต้องเจือจางในน้ำทาบริเวณแผลดังกล่าว

ในการตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคเพื่อเผาทำลายนั้น เนื่องจากบางครั้งอาการติดโรคแคงเกอร์ทำให้เซลล์พืชเสียหาย กรณีที่เป็นรุนแรงที่ใบถึงรักษาหายก็ไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ในการสะสมอาหารหรือสังเคราะห์แสง ที่สำคัญเป็นการประหยัดการใช้แคงเกอร์น็อค และประหยัดเวลาในการกำจัดหรือรักษาโรคแคงเกอร์ ถึงแม้แคงเกอร์ น็อคจะใช้ได้ผล 100เปอร์เซ็นต์ แต่เซลล์พืชที่เสียหายรุนแรงพืชต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมแซมเซลล์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นเป็นหลัก   

เตรียมการฉีดพ่น

1.เตรียมน้ำสะอาดใส่ถังบรรจุน้ำ 100ลิตร สำหรับสวนพืชตระกูลส้มขนาดใหญ่ ปลูกพืชตระกูลส้มเกิน 200 ต้น ใช้ปั๊มแรงดันในการฉีดพ่น ใส่สารจับใบตามอัตราการใช้ที่ระบุในฉลากของสารจับใบชนิดนั้นๆ ไม่ควรใช้เกินปริมาณกำหนดเพราะอาจทำให้ใบพืชไหม้ได้ กวนให้เข้ากัน นำแคงเกอร์ น็อคที่ขยายเชื้อเสร็จแล้ว(ครบ48ชั่วโมง ขวดบวมเล็กน้อย)เทผ่านภาชนะกรองเพื่อดักเศษตะกอนลงไปในน้ำ100ลิตร จากนั้นกวนให้เข้ากันอีกครั้งเพื่อให้แคงเกอร์ น็อคกระจายทั่วในน้ำที่ผสมแล้วกรณีที่เกษตรกรใช้เครื่องฉีดพ่นแบบสะพานหลังให้ใช้อัตราส่วน 300ซีซีต่อน้ำ20ลิตรหรือผสมเข้มข้นมากกว่า300ซีซีได้

2. ฉีดพ่นในช่วงเย็นที่ไม่มีแสงแดด หรือประมาณ 4-5โมงไปแล้วมีแสงแดดน้อย (กรณีที่เกษตรกรมีคนงานก็จ่ายโอทีเขาไปบ้างนะ) ปรับหัวฉีดให้เป็นฝอยเหมือนการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงโดยทั่วไป เกษตรกรไม่จำเป็นที่จะต้องฉีดพ่นจนเปียกโซกหยดย้อยลงดิน แต่ฉีดให้ละอองไปเกาะจุดที่เป็นโรคแคงเกอร์เป็นหลัก ที่สำคัญประการหนึ่งคือโรคแคงเกอร์มักเริ่มจากใต้ใบ ดังนั้นต้องหงายหัวฉีดเพื่อฉีดให้ถึงใต้ใบที่เป็นโรค ตามซอกตามมุมกิ่ง ก้าน ใบ ต่างๆ ส่วนที่ยังไม่เห็นอาการของโรคก็ฉีดพ่นเพื่อป้องกันโรค

3.ครบ 48 ชั่วโมง(2วัน)จะสังเกตได้ชัดเจนในส่วนของโรคแคงเกอร์ที่เป็น จะยุบตัวและแห้งสนิท นั้นหมายความว่าเชื้อโรคแคงเกอร์ ถูกทำลายไปแล้ว ผ่านไป7วันสะเก็ดแผลเริ่มหลุดออกมา ซึ่งระยะเวลาขึ้นอยู่กับการซึมลึกของโรคแคงเกอร์ในชั้นเซลล์และความสมบูรณ์ของต้นพืช

คุำถาม-เราตอบ กันบ่อยๆเกี่ยวกับแคงเกอร์น็อค

1.แบคทีเรีย Tแบบซองเปิดใช้ไม่หมดเก็บไว้ได้นานแค่ไหน

จะเปิดหรือไม่เปิดใช้ ก็เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ มากกว่า1ปี แต่เมื่อเปิดใช้แล้วควรจะใช้ให้หมดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อ

2.แคงเกอร์ น็อค สามารถขยายเชื้อต่อๆไปได้ไหม

 สามารถทำได้ แต่เราแนะนำให้ขยายในน้ำสะอาดเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เนื่องจากเชื้อได้เติบโตเต็มที่แล้ว และเอาไปใช้เลย ไม่แนะนำให้ขยายด้วยสารอาหารต่างๆแล้วหมักไว้ แบบที่รายอื่นๆเขาทำกัน เนื่องจากจะเกิดการปนเปื้อนเชื้อราและแบคทีเรียที่มีอยู่ในอากาศทำให้ประสิทธิภาพของเชื้อลดลงหรือเกิดขึ้นน้อย

3.ใช้น้ำประปาในการขยายเชื้อได้ไหมหรือแนะนำน้ำอะไร

ไม่ควรนะ ไม่แน่ในน้ำประปาอาจมีคลอรีนปนอยู่ซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียขยายตัวได้ไม่ดี แนะนำน้ำดื่มที่ผ่านกระบวนการกรองที่ถูกวิธีให้เป็นน้ำสะอาด หรือถ้าจำเป็นใช้น้ำต้มสุกก็ได้แต่ต้องปล่อยให้เย็นก่อนนะ ภาชนะควรมีฝาปิด

4.กิ่งและใบมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์ตัดมาแล้วต้องทำอย่างไรเชื้อถึงจะตาย

 กรณีที่เป็นแบบรุนแรง เราแนะนำให้ตัดออกทิ้งไปบ้างเพื่อความรวดเร็วในการกำจัดพวกที่เหลือ และนำไปเผาทำลาย

5.รดน้ำสวนส้มตอนเย็นได้ไหมหรือตอนไหนดีที่สุด

ปกติการรดน้ำพืชควรทำช่วงเช้าต้องงดการให้น้ำช่วงเย็น เพราะจะมีความชื้นช่วงกลางคืน เชื้อโรคเจริญได้ดี ส่วนตอนเช้านั้นสายๆน้ำก็ระเหยไปจนแห้งมีแสงแดดช่วยเชื้อโรคมีโอกาสเติบโตได้น้อย ที่สำคัญการให้น้ำและปุ๋ยควรทำเป็นเวลาหรือกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน

6.ถ้าพื้นที่ที่มีการให้ปุ๋ยทางใบโดยการผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ(จำพวก Mg Ca N P K) เป็นอันตรายต่อเชื้อไหม?

ปุ๋ยเคมีที่ฉีดทางใบ ไม่มีอันตรายต่อเชื้อแต่ควรฉีดห่างจากการฉีดเชื้อ3วันไปแล้ว

7.แคงเกอร์ น็อค สามารถฉีดพ่นพร้อมกับสารเคมีปราบหนอน แมลงได้หรือไม่

ให้ใช้เฉพาะเชื้อกับสารจับใบเท่านั้นเพื่อประสิทธิภาพของการออกฤทธิ์ทำลายเชื้อแคงเกอร์ ซึ่งก็ใช้ไม่กี่ครั้ง อยากให้เกษตรกรผู้ใช้ตั้งใจทำลายแคงเกอร์จริงๆเนื่องจากเป็นโรคนี้แล้วมันสร้างความเสียหายมากกว่าที่เราคิดมากนัก

8.แคงเกอร์ น็อค ที่ใช้แล้วไม่หมดเก็บไว้ได้กี่วัน

ในความเป็นจริงแล้วสามารถเก็บไว้ได้ แต่แนะนำให้ใช้ให้หมดในครั้งเดียวหลังการขยายเชื้อแล้ว สามารถฉีดซ้ำได้อีกครั้งหลังจากใบที่ฉีดครั้งแรกแห้งแล้วโดยเน้นจุดที่เป็นโรคแคงเกอร์เป็นหลังในการฉีดรอบสองหรือผสมในอัตราเข้มข้นได้ เช่น 500ซีซี/น้ำ20ลิตร เป็นต้น  

9.เชื้อที่อยู่ในซองเก็บไว้ได้นานแค่ไหน

เก็บที่อุณหภูมิห้องจะเก็บได้นาน 1ปี  ตามหลักการแต่ปกติแล้วอยู่ได้2-3ปี แนะนำให้ใช้เลยเนื่องจากเชื้อแบคทีเรียมีอายุในการดำรงอยู่ความสดใหม่เป็นสิ่งสำคัญ

10.แคงเกอร์ น็อค ควรฉีดช่วงเวลาไหนจะดีที่สุด เช้า หรือเย็น?

ต้องฉีดพ่นตอนเย็นหลังแสงแดดหมดแล้ว ถึงจะดีที่สุด หรือถ้าจำเป็นพ่นราว 4-5 โมงเย็นก็ได้

11.แคงเกอร์ น็อค ถ้าฉีดพ่น ในตอนเย็นที่ไม่มีแสง แต่หลังจากฉีดพออีกวันโดนแสงแดด เชื้อจะตายใหม?

ตายบ้างแน่นอนเนื่องจากแสง UV ในแสงแดด แต่เชื้อตัวนี้ทนอุณหภูมิสูงได้ดี แต่เชื้อจะมีชีวิตอยู่รอดได้ 7-10 วัน

12.เชื้อของแคงเกอร์ น็อค สามารถ ฉีดผสมกับเชื้ออื่นๆได้ใหม?

ไม่แนะนำให้นำมาผสมกัน เนื่องจากเชื้อแต่ละตัวจะข่มกันเองทำให้เกิดเชื้อน้อย ในความเป็นจริงแล้วเชื้อแบคทีเรียแต่ล่ะตัวมีคุณสมบัติเฉพาะตัวแตกต่างกันบางชนิดก็ทำลายกันได้ บางชนิดก็ยับยั้งกันเอง

13.ปลูกมะนาวในวงคอนกรีต ตอนนี้พบการระบาดของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ตอนนี้ได้นำสาร สเตปโตมัยซิน อัตราการใช้ประมาณ 300-500 ppm ฉีดพ่นก็ยังไม่หายคนขายบอกให้ใช้บ่อยๆ

สเตรปโตหรือเคมีกำจัดเชื้อรา ใช้บ่อยๆ ต่อเนื่องกันเกิน 3 ครั้ง จะทำให้เชื้อแคงเกอร์ดื้อสเตรปโตได้คนขายยาคงไม่ได้ปลูกมะนาว ใช้แคงเกอร์ น็อคหลังจากฉีดสะต็ปโตไปแล้ว5-7วัน ทีสำคัญสารเคมีกำจัดเชื้อราบางชนิดมันเก่ามากแล้ว แต่เชื้อแบคทีเรียปรับตัวเองตลอดเวลา

14.ใช้แคงเกอร์ น็อคแล้วทำไมต้องใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาอีก

พ่นสปอร์ของเชื้อราชุปเปอร์ไตรโคเดอร์มาก่อน เพื่อต้องการให้เชื้อราไตรโคเดอร์มามีโอกาสครอบครองพื้นที่ผิวใบก่อนเชื้อโรคจะเข้ามาทำลายใบพืช พ่นเพื่อป้องกันโรค ก่อนที่เชื้อโรคจะแพร่ระบาดเข้ามาในบริเวณแปลงปลูกลองอ่านในคู่มือการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา

15.แคงเกอร์ น็อคผสมถังเดียวกับบิวเวอเรียและเมธาไรเซียมแล้วพ่น ได้มั้ย

ไม่ควรเลยนะ เพราะแบคทีเรียอาจมีสารปฏิชีวนะที่ยังยั้งบิวเวอร์เรียหรือเมธาไรเซียมได้ถ้าจำเป็นควรใช้แยกกัน ห่างกัน 5-7 วัน

16.แคงเกอร์ น็อค กำจัดโรคอื่นๆที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียด้วยหรือเปล่า

ก็สามารถทำได้ แต่ในทีนี้เราทดลองเฉพาะโรคแคงเกอร์จริงๆ โดนเน้นๆเต็มๆ จึงมีชื่อว่าแคงเกอร์ น็อค

17. แคงเกอร์ น็อค ผสมร่วมกับน้ำส้มควันไม้ได้ไหม

น้ำส้มควันไม้ที่ 1:100 หรือ 1:200 น้ำส้มควันไม้จะไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียถึงจะใช้เข้มข้นก็จะทำลายเกราะชีวภาพของพืชไปด้วยทำให้พืชอ่อนแอต่อโรคพืช วิธีการใช้อยากแนะนำให้ใช้ตามคู่มือนะเราทดลองมานานกว่าจะได้สูตรที่ถูกต้อง

18. น้ำสะอาดที่ใช้ผสมฉีดพ่นอย่างไรเรียกน้ำสะอาด สะอาดแค่ไหน

ใช้น้ำในบ่อพักน้ำหรือน้ำประปาหมู่บ้านที่ไม่มีการผสมของคลอรีน น้ำบาดาล น้ำฝน ประมาณนี้ น้ำมีกลิ่นมีสีผิดปกตินั้นห้ามใช้

19.ถังที่ใช้ผสมน้ำกับตัว แคงเกอร์ น็อค ใช้ถังที่ฉีดพ่นย่าฆ่าแมลงหรือเชื้ออื่นๆได้หรือไม่

ใช้ได้ถ้าจำเป็น ควรล้างให้สะอาดและทั่วถึงสัก2ครั้ง ในความเป็นจริงแล้วเราแนะนำว่าท่านควรแยกชุดอุปกณ์ที่ใช้ในการรักษาแคงเกอร์ของท่านจะดีที่สุดเพื่อผลที่แน่นอน ถ้าท่านเป็นชาวสวนจริงๆนั้นคือสิ่งที่เราแนะนำ

20. ในการฉีดพ่นสามารถที่จะผสมให้เข้มข้นกว่าที่ระบุไว้ในวิธีการใช้ได้หรือไม่

หัวเชื้อที่ขยายเชื้อแล้ว 1.25 ลิตร ผสมกับน้ำสะอาด100ลิตรนั้นเราคำนวณให้เกินจากค่าปกติอยู่แล้ว ใช้มากไปก็เปลืองเปล่าๆ หลักการคือใช้บ่อยๆดี แต่ใช้เข้มข้นนานๆใช้ครั้งนั้นไม่ดีแต่ในกรณีที่ปลูกน้อยสามารถใช้ในอัตราเข้มข้นได้ไม่เป็นอันตรายต่อพืช

21. แคงเกอร์ น็อค 1ซองที่ได้มาแล้วใช้เลยได้ไหม ไม่ต้องขยายเชื้อ เคยได้อ่านในเรื่องการใช้เชื้อที่กำจัดโรคเหมือนกัน

ไม่แนะนำให้ทำอย่างนั้น เชื้อแต่ล่ะชนิด มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ทำตามคู่มือถูกต้องและได้ผลที่สุดทุกอย่างผ่านการทดลองมาแล้ว

22. การเขย่าขวดเชื้อ3-5ครั้งต่อวัน ทำได้มากกว่านี้หรือเปล่าและจะดีขึ้นหรือไม่

ดีมาก ถ้าท่านมีเวลาทำถึงขนาดนั้น

23.ตอนเทเชื้อลงขวดมันหกเนื่องจากไหลออกมาทีเดียวหมดซองเก็บลงขวดได้ไหม

ไม่ได้ค่ะ ไม่ควรใช้มือจับเชื้อหรือน้ำที่จะขยายเชื้อ ขั้นตอนการเทควรใช้กรวยนะหรือกระดาษแข็งพับเป็นรูปกรวย หลักการคือให้หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนเชื้ออื่นๆ

24.ไม่มีปั๊มหรือเครื่องพ่นยาใช้ถังโยกมือธรรมดาได้ไหม แล้วทำไมต้องใช้ปั๊มแรงดัน

ตามหลักการใช้ แคงเกอร์ น็อค แล้วต้องฉีดพ่นให้โดนในจุดที่เป็นโรคแคงเกอร์ ปั๊มแรงดันจะช่วยส่งน้ำให้เข้าไปถึงจุดในตามซอกตามมุมต่างๆ กรณีที่ต้นพืชโตและสูงก็จำเป็น ในกรณีที่จะใช้ถังโยกก็ควรตัดแต่งกิ่งออกบ้าง และเน้นให้ตรงจุดที่เป็นโรค โดยเฉพาะใต้ใบ

25.ขยายเชื้อในกากน้ำตาล น้ำมะพร้าว หรือนมได้ไหมเชื้อจะเติบโตได้ดีขึ้นจากน้ำธรรมดาหรือเปล่า

เราทดลองมานาน กว่าจะได้ผลสรุปที่เหมาะสมต่อเชื้อ คุณลองเอานมหรือน้ำมะพร้าวมาเปิดฝาแล้วปิดดู ทิ้งไว้ไม่นานก็เริ่มบูด นั้นหมายความว่าในธรรมชาติมีแบคทีเรีย อยู่มากมาย เกิดการแข่งขันหรือข่มกันเองในการขยายตัวของเชื้อ

26.ใช้ แคงเกอร์ น็อค ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพได้ไหม เชื้อน่าจะขยายตัวได้ดี

ไม่แนะนำ ในน้ำหมักชีวภาพก็มีแบคทีเรียอยู่แล้วอาจเกิดการทำลายกันเอง ในกลุ่มฮอร์โมนพืชจะทำให้เซลล์พืชเกิดการขยายตัว อาจเกิดการซึมลึกของเชื้อแคงเกอร์ได้ ควรใช้หลังจากฉีดพ่น แคงเกอร์ น็อค ไปแล้ว 3-5วัน

27.จะเชื่อได้อย่างไรว่าใช้ได้ผลจริง ขนาด เคมียังเอาไม่อยู่

สารเคมีมีฤทธิ์ทำลายแบคทีเรีย จุลินทรีย์ต่างๆ ยิ่งใช้เคมีมากเท่าไร ต้นพืชยิ่งโทรม ระบบภูมิคุ้มกันโรคพืชอ่อนแอลงเรื่อยๆ ผู้ใช้ต้องใช้เคมีมากยิ่งๆขึ้นไป นั้นหมายความว่าเงินทุนก็ต้องใช้มากขึ้นจนกว่าพืชจะค่อยๆตายไปหรือผลผลิตลดลงเรื่อยๆจนไม่คุ้มทุน แคงเกอร์ น็อค เห็นผลไวมาก ภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีดพ่นจะเห็นความแตกต่างทันที ในการทดสอบจริงเราฉีดพ่นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เราจึงกล่าวว่า 100%

28.ฉีดพ่นไปแล้วฝนตก ต้องฉีดซ้ำหรือเปล่า

ไม่ต้องฉีดซ้ำในกรณีที่ฉีดพ่นเชื้อไปแล้วก่อนฝนตก1ชั่วโมง ปกติเราแนะนำให้ใช้สารจับใบช่วย แต่ต้องไม่ผสมเกินตามฉลากหรือคู่มือกำหนด

29.เชื้อที่ขยายแล้วเทผสมลงถัง100ลิตรเลยใช่ไหม ต้องกวนมากแค่ไหน

ก็ต้องกรองกันนิดหนึ่ง เพราะมีเศษอาหารเลี้ยงเชื้ออยู่ มันจะติดหัวฉีดทำให้คุณหงุดหงิดได้ สำหรับการกวนหัวเชื้อให้เข้ากับน้ำนั้น ก็ต้องกวนให้เข้ากันจริงๆเพื่อให้เชื้อกระจายตัวทั่วทั้งน้ำ100ลิตร

30.น้ำที่ใช้บ่มหัวเชื้อ ซื้อที่ขายเป็นขวดตามร้านค้าได้ไหม

ดีค่ะเพราะน้ำผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อปนเปื้อนมาแล้ว เราแนะนำ ไม่อยากซื้อก็น้ำต้มสุก

31.มีแบบน้ำพร้อมใช้รึเปล่า แบบนี้ค่อนข้างมีขั้นตอนกลัวทำไม่ถูก

เรากำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในคู่มือการใช้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ถึงแม้คุณจะทำผิดขั้นตอนหรือวิธีไปบ้างแต่ผลที่ออกมาก็ดีนะเราทดลองมาแล้ว

32.ปลูกส้มโอ กับส้มเขียวหวานใช้ได้หรือเปล่าแล้วในมะกรูดด้วย

ขึ้นชื่อว่าโรคแคงเกอร์ ไม่ว่าจะปลูกพืชตระกูลส้มอะไรใช้ได้ทั้งหมด เอาอยู่

33.ทำไมมะนาวแป้นพิจิตรหรือตาฮิติไม่เป็นโรคแคงเกอร์

เป็นนะ เราต้องเรียกว่ามีภูมิคุ้มกันโรคดีกว่ามะนาวตระกูลแป้นรำไพมากว่า มะนาวสองชนิดนี้มียีนชนิดหนึ่งสามารถต้านทานโรคแคงเกอร์ได้ แต่ถ้าต้นอ่อนแอหรือไม่ได้รับการดูแลก็เจอกันได้

34.มียารักษาโรคแคงเกอร์แล้วต่อไปมะนาวก็ราคาถูกนะซิเพราะทุกคนก็ปลูกกันได้

นั้นคือสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะให้เป็น จะได้ไม่ต้องรับประทานกรดมะนาวแทนน้ำมะนาวไง ที่สำคัญผู้บริโภคก็ไม่ต้องกินสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับผลผลิตด้วย ส่วนเรื่องราคาขายอาจแพงขึ้นเนื่องจากมะนาวไทยของเราสามารถส่งออกไปขายในต่างประเทศได้เพราะปลอดโรคแคงเกอร์

35.มียาชีวภาพกำจัดหรือไล่แมลงที่มาทำลายมะนาวบ้างไหม

เรากำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและทดลองคงอีกไม่นานเกินรอ

 36.มะนาวที่ปลูกไว้เริ่มเป็นแคงเกอร์ อายุต้น 1ปี แค่1อาทิตย์หลังฝนตกตอนนี้เป็นทั้งต้นเลยเร็วมาก ปลูกแป้นรำไพ 50ไร่ ทำอย่างไรถึงจะหายแล้วใช้แคงเกอร์ น็อค จะได้ผลแค่ไหน และใช้ปริมาณเท่าใด เพราะยาเคมียังเอาไม่อยู่

ในกรณีที่เป็นแบบรุนแรง หรือทั้งต้น ให้คุณทำดังนี้

1.ตัดแต่งทรงพุ่ม กิ่งใบ ที่มีขนาดเล็ก หรือกิ่งแขนงเล็กๆออกมา ตั้งแต่ระดับพื้นดินจนถึงระดับหัวเข่าหรือประมาณ60เซนติเมตร ตัดออกให้หมด นำกิ่งที่เป็นโรคไปเผาทำลาย ให้ทรงพุ่มดูโปร่งตา (เพื่อให้การฉีดพ่นครั้งแรกถูกทุกส่วนของลำต้น กิ่งใบที่เป็นโรคแคงเกอร์)

2. แคงเกอร์ น็อค 1ซอง ขยายเชื้อแล้วผสมน้ำได้ 100ลิตร หรืออัตราการใช้ 300ซีซี/น้ำ 20ลิตร คุณใช้ปกติเท่าไรก็คำนวณดูนะ ให้ทำการขยายเชื้อตามคู่มือ ห้ามทำนอกเหนือจากคู่มือระบุ

3.หลักการคือฉีดพ่นให้โดนจุดที่เป็นโรคแคงเกอร์ เป็นหลัก ส่วนที่ยังไม่เป็นโรคเป็นการฉีดพ่นเพื่อป้องกันหรือกำจัดในส่วนที่มองไม่เห็นหรือยังไม่แสดงอาการของโรคที่ชัดเจน ตอนฉีดพยายามหงายหัวฉีดเพื่อให้โดนใต้ใบ เพราะแคงเกอร์จะเข้าทางปากใบด้านหลังใบเป็นหลัก

4.อาการของโรคแคงเกอร์ที่เป็นจะยุบและแห้งภายใน48ชั่วโมง กรณีที่เริ่มเป็นหรือเป็นกับใบอ่อน ใบเพลาด แคงเกอร์จะหลุดออกมา ส่วนกิ่งและใบแก่จะแห้งสนิทและรอการฟื้นฟูสภาพเซลล์ของต้นมะนาวต่อไป

5.ฉีดพ่นในครั้งที่2 หลังจากครั้งแรก3วัน สรุปคือ ฉีด3ครั้ง ห่างกัน3วัน ผ่านไป 3วันเริ่มฉีดพ่น สารสกัดขยายเซลพืช เพื่อเร่งให้ต้นมะนาวซ่อมแซมตัวเองจากนั้น ห่างทุก7-10วันเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่ต่อไป หรือเชื้อในพื้นที่ถูกกำจัดก็ขยับเป็น 15 วันครั้ง   

6.สารสกัด ขยายเซลพืช ใช้ฉีดร่วมกับสารเคมีกำจัดแมลง เพื่อให้สารเคมีซึมลึกลงในชั้นเซลป้องกันและกำจัดหนอนชอนใบและแมลงปากกัดสาเหตุของโรคแคงเกอร์ ฉีดพ่นไตรโคเดอร์มา ชนิดน้ำทุกเดือนเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดโรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราซึ่งจะทำให้ต้นมะนาวอ่อนแอ ติดเชื้อโรคแคงเกอร์ได้ง่าย

37.ที่บอกว่าตอนฉีดต้องให้โดนจุดที่เป็นโรคแคงเกอร์ ขอถามว่า ถ้าไม่โดนล่ะหรือโดนแค่ละอองจะใช้ได้ไหม

ขอตอบว่า ในกรณีที่คุณฉีดทั้งต้นและมีบางจุดที่เป็นโรคไม่โดนตัวสาร แคงเกอร์ที่โดนจะถูกทำลาย ส่วนที่ยังไม่เป็นจะถูกป้องกันไม่ให้เป็น ส่วนที่เป็นแล้วไม่โดนสาร ก็ยังเป็นอยู่ แต่ไม่สามารถขยายตัวออกมาในส่วนที่ถูกสารเคลือบเอาไว้ ฉีดให้โดนดีที่สุด เราจึงแนะนำให้ฉีดซ้ำ

38.ที่สวนปลูกส้มโอ เป็นแคงเกอร์ใช้แคงเกอร์ น็อคได้หรือเปล่า

ขึ้นชื่อว่าโรคแคงเกอร์ เป็นกับ ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะนาว มะกรูด หรือพืชตระกูลส้ม เอาอยู่หมด

39.ไม่มีเครื่องฉีดแบบเครื่องพ่น มีแต่แบบใช้มือโยกใช้ได้หรือเปล่า แล้วทำไมต้องใช้ปั๊มหรือเครื่องพ่น

ถังฉีดแบบมือโยกหรือแบบใช้แบตเตอร์รี่ใช้ได้ค่ะ แต่ที่แนะนำให้ใช้เครื่องที่มีแรงดันเพื่อให้ทั่วถึง แรงดันจะช่วยให้สารกระจายไปทั่วให้โดนจุดที่เป็นโรคนั้นเอง

40.ในการใช้งานอัตราส่วนในการผสมจะผสมแบบเข้มข้นได้ไหม

สามารถทำได้ ไม่เป็นอันตรายแต่สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์เนื่องจากปริมาณการใช้ผ่านการทดสอบมาหลายอัตราส่วนปริมาณที่แนะนำก็เกินพอที่จะกำจัดหรือทำลายเชื้อแคงเกอร์ได้อยู่แล้ว

41.แคงเกอร์ น็อคเป็นอันตรายต่อผู้ใช้หรือไม่ถ้าเป็นชีวภาพก็เปิดหน้าได้สบายเลย

เป็นชีวภาพ ไม่เป็นอันตรายผู้ใช้ เราทดลองซ้ำหลายครั้งกับตัวอย่างหลายๆท่าน แต่ตามหลักการใช้เชื้อชีวภาพหรือเชื้อใดๆ ผู้ใช้บางครั้งอาจไม่ทราบว่าตัวท่านเองเป็นภูมิแพ้สารใดหรือแบคทีเรียใดบ้าง ควรมีผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากกันละอองสวมใส่เสมอ หลังจากฉีดพ่นแล้วควรล้างมือ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายปกติ

42.ใช้แคงเกอร์ น็อค แล้วยังต้องใช้ สารประกอบทองแดงอยู่หรือเปล่าหรือใช้สลับกันได้ ควรห่างกันกี่วัน

หยุดใช้ไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสารประกอบทองแดงหรือสารเคมีกำจัดเชื้อราต่างๆ นอกจากราคาแพงแล้วมันยังเป็นพิษต่อร่างกายสามารถซึมเข้าร่างกาย ทางผิวหนัง การหายใจ ทางตา หรือปากได้ ที่สำคัญโรคแคงเกอร์ของท่านก็ยังคงอยู่และสามารถต้านสารเคมีได้สารเคมีดังกล่าวยังทำให้พืชอ่อนแอในระยะยาวเกษตรกรต้องใช้ในปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต่างกับหลักการชีวภาพที่ใช้น้อยลงเรื่อยๆ

43.เคยอ่านเรื่องการใช้เชื้อแบคทีเรียกำจัดโรคในพืช หรือโรคแคงเกอร์ในมะนาว ซึ่งสามารถผสมร่วมกับฮอร์โมน ปุ๋ยทางใบหรือยาเคมีกำจัดแมลงได้ แต่แคงเกอร์น็อคทำไมจึงห้ามผสมรวมกัน

เรื่องนี้เราไม่แน่ใจ แบคทีเรียมีมากมายหลายสายพันธุ์ทั้งที่ค้นพบแล้วและยังไม่ได้ค้นพบ อาจเป็นคนล่ะสายพันธุ์ แต่แบคทีเรียที่อยู่ในแคงเกอร์ น็อค มีความอ่อนไหวต่อสิ่งที่เราห้ามผสมรวมกัน   

44.แคงเกอร์ น็อค ราคาจะถูกลงหรือเปล่า

แน่นอนที่สุด เมื่อเราเพิ่มปริมาณในการผลิตต้นทุนจะถูกลง ของเราเป็นหัวเชื้อเข้มข้นหวังผลในการใช้งานตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ มีฤทธิ์ติดทนนาน ประหยัดเวลาในการใช้บ่อยๆ มันเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมาต้นทุนในการผลิตสูงจะมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าต้นทุนนั้นเป็นสิ่งที่ผิดปกตินะ แต่กรณีที่เปรียบเทียบการใช้กับกลุ่มสารทองแดงหรือสารเคมีแล้วถูกกว่ากันเยอะนะหลักการใช้เชื้อคือนอกจากไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้แล้วอัตราการใช้จะน้อยลงระยะการฉีดพ่นจะห่างออกมาเรื่อยๆตรงข้ามกับสารเคมีที่สะสมอยู่ในตัวผู้ใช้รอสภาพร่างกายอ่อนแอและต้องใช้ในอัตราที่มากและถี่ขึ้นเรื่อยๆต้นพืชก็จะโทรมและผลผลิตลดลงในที่สุด

45.ปลูกมะนาวแค่5ต้นแคงเกอร์รับประทานเรียบ แคงเกอร์น็อค1ซอง ขยายเชื้อในน้ำ1.25ลิตร ผสมน้ำใช้ได้100ลิตร ที่เหลือจะทำอย่างไร หรือเก็บอย่างไร

ปกติเราจะให้ผสมตามอัตราส่วนที่แนะนำคือ 300ซีซี/น้ำ20ลิตร แต่ในกรณีที่คุณผสมเข้มข้นกว่านั้นเช่น 500ซีซี/น้ำ20ลิตร ความเข้มข้นของเชื้อและพิษจะแรงขึ้นถึงแม้โรคแคงเกอร์จะซึมลึกลงในชั้นเซลล์ก็ตายสนิท หรือใช้พ่น ในวันที่1,2และ3ก็ทำได้เพื่อเก็บในส่วนที่อาจไม่ถูกเชื้อที่พ่นไป เชื้อที่ขยายแล้วใช้ไม่หมดเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องได้ ไม่ควรเกิน6วัน และไม่แนะนำให้นำเข้าเก็บในตู้เย็นนะ

46.ฉีดไปแล้วนานแค่ไหนสะเก็ดแผลโรคแคงเกอร์จะกระเด็นหลุดออกไป

อย่างที่กล่าวมาแล้วขั้นต้น เชื้อของโรคแคงเกอร์นะตายไปแล้ว ส่วนแผลจะหายช้าเร็วขึ้นอยู่กับแผล ยกตัวอย่างเราเป็นแผลถลอกที่ผิวจากหนามมะนาวเกี่ยวย่อมหายเร็วกว่าแผลที่เกิดจากถูกของมีคมบาดลึกเข้าไปในเนื้อ การรักษาตัวขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกายและอายุของเราด้วย ต้นมะนาวที่กำลังโตมีการขยายเนื้อเยื่อก็ย่อมหายเร็วกว่า หรือคุณต้องใช้ปุ๋ยสูตรเร่งโต และสารสกัดขยายเซลพืชเข้าช่วย

47.หลังจากฉีดไปแล้วแคงเกอร์ตายหมดแล้วทำไมต้องฉีดซ้ำอีกทุก10-15วัน

ถึงเจ้าโรคแคงเกอร์จะหายไปจากต้นก็ไม่ได้หมายความว่าเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคแคงเกอร์จะหายไปจากสวนของคุณ มันจะอยู่ในหญ้า ในน้ำ ดิน หรือมากับลม ละอองฝน เมื่อต้นมะนาวอ่อนแอโอกาสที่จะเกิดโรคแคงเกอร์ก็จะกลับมาอีกครั้ง บางครั้งมีการติดเชื้อที่ใบมะนาวแล้วแต่ยังไม่ออกอาการเราจึงต้องฉีดพ่นซ้ำเพื่อกำจัดและป้องกัน  โรคแคงเกอร์ถ้าเริมเป็นแล้ว 7วันเท่านั้นลามไปทั้งต้น

48.ในเมื่อแคงเกอร์ น็อคใช้ได้ผล100%ทำไมต้องมีการตัดแต่งทรงพุ่มหรือในส่วนที่เป็นโรคแคงเกอร์ออกมาก่อนฉีดพ่น

ทรงพุ่มที่หนาทึบจะขวางกันการฉีดโดนในส่วนที่เป็นโรคแคงเกอร์ ส่วนมากโรคแคงเกอร์จะเกิดกับใบที่ไม่โดนแสงแดด คือมีใบอื่นๆบังอยู่นั้นเอง ในกรณีที่เป็นรุนแรงถึงเชื้อจะตายไปแล้วแต่แผลที่เกิดขึ้นจะทะลุไปเลย การที่ตัดแต่งกิ่งนอกจากช่วยประหยัดตัวยาแล้วการรักษาก็จะเร็วขึ้นและเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะกระตุ้นให้พืชสร้างยอดชุดใหม่ออกมา

49.ที่สวนผ่านการฉีดพ่นสารประกอบทองแดงอย่างหนัก ตามด้วยสเต็บโต แต่เอาไม่อยู่ สามารถใช้แคงเกอร์น็อคฉีดพ่นเลยได้ใหม

สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เรากังวลมาก เรื่องประสิทธิภาพของการใช้แคงเกอร์ น็อค เช่นคุณฉีดพ่นสารดังกล่าวไปแล้ว ใบเป็นสีฟ้าทั้งหมด หรืออาบไปด้วยสเต็บโต แล้วมาใช้แคงเกอร์น็อคเลยคงได้ผลน้อย คุณต้องหยุดใช้สารดังกล่าวรวมถึงสารเคมีกำจัดเชื้อราทั้งหลาย ถ้าคุณใช้แคงเกอร์น็อคตัวอื่นคุณต้องหยุดใช้ไปเลย ส่วนที่พ่นไปแล้วต้องรอให้สารดังกล่าวหมดฤทธิ์เสียก่อน แคงเกอร์ น็อค จึงจะแสดงผล 100%

50.ผมใช้ด่างทับทิมผสมกับน้ำปูนขาว ช่วงแรกๆก็ป้องกันได้ดีแต่รู้สึกต้นจะโทรมๆ ใบสีซีด เมื่อไรจึงจะใช้แคงเกอร์ น็อคได้

ประมาณ5-7วัน ต้องให้สารพวกนี้หมดฤทธิ์เสียก่อนสารดังกล่าวจะไปยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่ดีและไม่ดี ที่สำคัญยิ่งกว่าเมื่อคุณใช้แคงเกอร์ น็อคแล้วตัวอื่นที่เกี่ยวกับกำจัดแคงเกอร์ นี่ให้หยุดไปเลยนะ

51.ผมใช้บิวเวอร์เรีย และสารชีวภาพ ฉีดพ่นอยู่เป็นประจำจะให้แคงเกอร์ น็อคได้ใหม หรือใช้เมื่อไร

ในกรณีที่คุณใช้เชื้อต่างๆแล้วมาใช้ แคงเกอร์ น็อคมักไม่ได้ผล เพราะเชื้อแต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกันอาจต้านกันเอง เช่น เชื้อของแแคงเกอร์ น็อค ทำลายเชื้อของโรคแคงเกอร์ เชื้ออื่นๆของคุณก็อาจทำลายเชื้อแคงเกอร์ น็อค เป็นต้น ควรใช้ แคงเกอร์ น็อคห่างจากที่คุณใช้เชื้อชีวภาพอื่นๆ 7 วันหลังจากฉีดพ่น ในความเป็นจริงไม่แนะนำให้ใช้เชื้อบิววาเรียกับมะนาวหรือพืชตระกลูส้ม เพราะความชื้นสัมผัสไม่ได้ ลองศึกษาเรื่องเชื้อราขาวบิวเวอร์เรีย หลักการใช้ชีวินทรีย์แต่ล่ะชนิดต้องมีองค์ประกอบเสมอ

52.ใช้แคงเกอร์ น็อคนานแค่ไหนถึงจะหยุดใช้ได้

ทำความเข้าใจเรื่องเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคแคงเกอร์ แล้วคุณจะกำจัดโรคแคงเกอร์ได้อย่างถูกต้อง แคงเกอร์น็อคเป็นชีวินทรีย์ที่ทำลายโรคแคงเกอร์เรียกว่าเป็นการกำจัดและทำลายเมื่อเกิดอาการของโรคแล้ว เมื่อไม่มีอาการของโรคปรากฏก็ค่อยฉีดพ่นห่างกันออกไปเรื่อยๆเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่หรือบริเวณสวนข้างเคียง เช่น10วัน 15วัน 30วัน ไปจนถึง2เดือนต่อครั้ง และหยุดใช้เมื่อไม่พบอาการของโรค นี่คือข้อดีของการใช้ชีวินทรีย์ ซึ่งต่างกับเคมีที่ต้องใช้ตามกำหนดเวลาและเพิ่มปริมาณการใช้ขึ้นเรื่อยๆหลังจากฉีดพ่น

53.ใช้น้ำยาล้างจานแทนสารจับใบได้ใหม

สามารถใช้แทนกันได้ ในกรณีที่เกษตรกรฉีดพ่นสารเคมีเช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดเชื้อรา ยาฆ่าหญ้าเป็นต้น เนื่องจากส่วนผสมของน้ำยาล้างจานมีคุณสมบัติในการละลายคราบใขมัน มีผงฟองซึ่งช่วยให้น้ำกระจายตัวและลายลายเคมีเข้ากับน้ำได้ดี แต่ไม่ควรใช้กับสารชีวภัณฑ์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต ในน้ำยาล้างจานหรือสารจับใบบางชนิดมีสารกันบูด สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตหรือทำลายชีวภัณฑ์ได้ และสารจับใบบางยีห้อผสมสารขจัดคราบใขมันในปริมาณมาก เมื่อฉีดพ่นต่อเนื่องจะทำให้ใขมันของพืชที่อยู่บนใบพืชถูกทำลาย เกิดอาการใบไหม้รวมถึงเชื้อราเข้าทำลายได้ง่ายนั้นเอง (แคงเกอร์น็อคคือสารชีวภัณฑ์)

54.เมื่อพืชถูกเชื้อราโรคพืชทำลายแล้วและรักษาหายแล้วแต่พืชยังโทรมอยู่มากมีวิธีใดที่จะทำให้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม

ปกติแล้วพืชเมื่อถูกเชื้อโรคพืชเข้าทำลายระบบป้องกันตัวของพืชจะถูกทำลายไปด้วย มีโอกาสที่จะมีโรคพืชอื่นๆเข้าร่วมหรือลงซ้ำ เราแนะนำให้ใช้หมึกยักษ์เขียว สารสกัดขยายเซลพืชซึ่งเป็นสารอินทรีย์สกัดเข้มข้น มีสารคีเลทเป็นตัวนำสารอาหารเข้าสู่ใบพืชโดยตรงเป็นสารอาหารที่อยู่ในรูปพร้อมใช้โดยไม่ต้องให้พืชสังเคราะห์อาหาร ตรงนี้จะช่วยให้พืชเติบโตเร็ว ฟื้นตัวและสร้าง กิ่ง ใบ ใหม่ให้ใหญ่และหนาขึ้นป้องกันโรคพืชในอนาคต ในกรณีที่ปล่อยให้พืชสร้างอาหารเองโดยการสังเคราะห์อาหารจากรากพืช กระบวนการนี้จะใช้เวลา แต่พืชไม่มีระบบป้องกันตัวจึงมีโอกาสกลับมาเป็นโรคพืชอีกครั้ง และหมึกเขียวช่วยเร่งในการติดดอกติดผลของพืชด้วย ช่วยในการยึดช่อดอกและผลไม่ให้ร่วง

มั่นใจในตัวสินค้าแคงเกอร์ น็อค รับรองผลการใช้งาน 100%

ราคาซองล่ะ 145 บาท ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ทุกวันยกเว้นวันหยุด ฟรีค่าส่ง ท่านสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ www.manowpan.com/product.php หรือ  Line ID  : @tayrai หรือโทร 0862022522

Tags : แคงเกอร์น็อค  ฮอร์โมนพืช  แคงเกอร์  น้ำ  กำจัดแมลง  เชื้อรา       
โดย. webmaster [2017-06-09]
แสดงความเห็น
    เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    สูตรดีท๊อกซ์ด้วยมะนาวเพียง 1 ลูกครบ 2 เดือน ลดได้ 12 กิโล(อ่าน 4,419)
    การออกแบบระบบน้ำเพื่อการเกษตร/อุปกรณ์และการเชื่อมต่อท่อพีวีซี(อ่าน 1,384)
    ไรแดงแอฟริกันจอมดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่บริเวณผิวใบมะนาว(อ่าน 1,459)
    วงจรการเกิดโรคแคงเกอร์(อ่าน 3,089)
    มวนเขียวส้ม ศัตรูกัดกินใบมะนาว (Green stink bug)(อ่าน 1,454)

ร่วมแสดงความคิดเห็น
  ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ, ไม่มีเนื้อหาในเชิงกล่าวหา ให้ร้าย หรือ หมิ่นประมาทผู้อื่น, ไม่มีเนื้อหาที่เจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ เจตนาให้เกิดความขัดแย้ง, ไม่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และ ผิดกฎหมาย, ไม่มีเนื้อหาโฆษณาสินค้าหรือบริการ
ชื่อของคุณ
รายละเอียด
รหัสCaptcha Image Reload Image
ป้อนรหัส
 

 
Live Chat